ชีววิทยาของมด

        มด เป็นแมลงสังคมแท้จริงชั้นสูงที่ขนาดรังมีจำนวนประชากรมาก การสร้าง รังทำอย่างประณีต มีการติดต่อสื่อสารและการแบ่งชั้นวรรณะแยกออกจากกันให้ เห็นชัดเจนทั้งรูปร่าง ลักษณะหน้าที่ มดมีบทบาทต่อคนในหลายลักษณะทั้งที่เป็น แมลงทำลายศัตรูพืชผลทางการเกษตร ในแปลงปลูกและในโรงเก็บ เข้ามาก่อความ รำคาญและก่อความเสียหายในบ้านเรือน โดยมามีส่วนแบ่งในอาหารและ ที่อยู่ อาศัยกับคน มดบางชนิดสามารถกัดหรือต่อยด้วยเหล็กใน ทำให้เกิดความเจ็บปวด เกิดอาการแพ้หรือเกิดแผลการติดเชื้อซ้ำ

มดแบ่งชั้นวรรณะเป็น 3 วรรณะ

1. มดแม่รังหรือมดราชิน
     มีขนาดใหญ่กว่ามดตัวอื่นที่อยู่ในรัง มีปีก อกหนา ท้องใหญ่ และมักมีตาเดี่ยว สามารถสืบพันธุ์ได้ ทำหน้าที่ใน การสร้างรังและไข่ตลอด จนควบคุมกิจกรรมต่างๆ ภายในรัง
2. มดเพศผู้
     โดยทั่วไปจะมีปีก ส่วนอกหนาแต่ไม่เท่าของมดแม่รัง มีหน้าที่ผสมพันธุ์พบเป็นจำนวนน้อยกว่ามดงานในแต่ละรัง
3. มดงาน
     เป็นมดเพศเมียที่เป็นหมัน ไม่มีปีก ไม่มีตาเดี่ยว เป็นมดที่ออกหาอาหารและพบอยู่เสมอภายนอกรัง นอกจากหาอาหารแล้วมดงานยังมีหน้า ที่ในการสร้างรัง รักษารัง ดูแลตัวอ่อนและราชินีและป้องกันรังด้วย มดงานบางชนิดสามารถแบ่งออกเป็น มดงานที่มีรูปร่างแบบเดียว และมด งานที่มีรูปร่างสองรูปแบบ

ประเภทของมด แบ่งเป็น 8 ประเภท คือ

มดคันไฟ - มีลักษณะสีเหลืองแดง มีขนที่หัวและตัว หนวดมี 10 ปล้อง อกแคบ เห็นชัดเจน มี 2 ปุ่ม ท้องรูปไข่มีลายขวางสีน้ำตาล มีเหล็กใน ทำรังอยู่ใต้ดินที่ร่วนซุยโดยดินทรายรังหนึ่งๆ มีรูทางเข้าออก เล็กๆ บนพื้นดินได้หลายรู กินแมลงและซากสัตว์เล็กๆ เป็นอาหาร มดคันไฟใช้เหล็กในต่อย ผู้ถูกต่อย จะรู้สึกเจ็บแสบคล้ายถูกไฟลวกจึงเรียกมดคันไฟ หลังจากถูกต่อยจะมีอาการบวมแดงขยายกว้างขึ้น และจุดที่ถูกต่อยจะใสคล้ายถูกไฟลวกและจะมีอาการคัน มากเมื่อเกาผิวหนังจะบวมแดงแผ่กว้างขึ้น

มดละเอียด - มีลักษณะสีแดงสนิมปนสีน้ำตาลเข้ม ส่วนท้องใส หนวดมี 12 ปล้อง อกยาวแคบเห็น ชัดเจน มี 2 ปุ่ม รูปไข่ ทำรังในดิน พบตาม บ้านที่อยู่อาศัย ชอบกินของหวานเมื่อมากินอาหารแล้วจะปล่อยสิ่งขับถ่ายทำให้อาหารมีรสชาติเปลี่ยนไป เคลื่อนไหวรวดเร็ว มักเห็นเดินบน กำแพงหรือฝาห้องมากกว่าบนพื้น มดละเอียดเมื่อถูกรบกวนจะป้องกันตัวโดยการกัด ผู้ถูกกัดจะรู้สึกเจ็บและคันเพียงเล็กน้อย

มดละเอียด - มีลักษณะสีเหลืองจนถึงสีน้ำตาลอ่อนหรือสีแดงสว่างใส ท้องมีสีเข้มเกือบดำ หนวดมี 12 ปล้อง โดย 3 ปล้องสุดท้ายใหญ่เป็นรูป กระบอง ตาเล็ก อกยาวแคบเห็นชัดเจน มี 2 ปุ่มรูปไข่ มีขน ปกคลุมทั่วร่างกาย ชอบทำรังอยู่ใกล้แหล่งอาหารเช่น ช่องว่างตามกำแพงบ้าน รังมีขนาดต่างๆกันตั้งแต่ ขนาดเล็กจนถึงมีประชากรเป็นพันๆ ตัว และสามารถแตกเป็นรังย่อย จากรังใหญ่ได้ โดยจะกระจายไป ตามบ้าน ที่อยู่อาศัย ทำให้ควบคุมได้ยาก มดละเอียดจะมีเหล็กในแต่ไม่ปรากฏให้เห็น เมื่อถูกรบกวนจะ ป้องกันตัวโดยการกัด ผู้ถูกกัดจะรู้สึกเจ็บ และ คันเพียงเล็กน้อย

มดละเอียดหรือมดเหม็น – มีลักษณะหัวและอกสีดำ ท้องสีน้ำตาลอ่อนปล้องมีหนวดมี และยาว ตารวม ใหญ่อยู่ด้านหน้า ปล้อง มีปุ่ม 1 ลักษณะ แบน ปล้องท้องส่วนยื่นไปคลุมบน pedicel ทำรังบนดินร่วม บริเวณโคนต้มไม้ เช่น ต้นไผ่ ชอบซ่อนตัวตามกาบใบที่มีความชุ่มชื้น มดเหม็น เมื่อเข้ามาหาอาหารใน บ้านเรือนจะขับถ่ายมูลทำให้เกิดการปนเปื้อนในอาหารและมีกลิ่นเหม็น ทำอันตรายคนโดยการกัดผู้ถูก กัด และ รู้สึกเจ็บ และคันเพียงเล็กน้อย
มดดำ - มีลักษณะมีสีน้ำตาลเข้มบางส่วนสีดำ ขนสีน้ำตาลเหลืองปกคลุมอยู่ทั่วไป หนวดมี 12 ปล้อง ลักษณะยาวเห็นได้ชัด อกแต่ละปล้องมีเส้นแบ่งชัดเจน ขายาวมาก มี 1 ปุ่ม เป็นรูปไข่นูนเล็กน้อย ท้องรูปไข่ พบเห็นทั่วไปทั้งในที่อยู่อาศัยและภายนอกบ้าน มดงานออกหากินไกลออกไปจากรัง ดังนั้น จึงยากที่จะควบคุมมดชนิดนี้ทั้งรัง เป็นมดที่เคลื่อนที่ได้เร็วมากโดยไม่ติดตามฟีโรโมนของมดตัวอื่นๆ พบแพร่กระจายอยู่ทั่วโลกบางครั้งอาจจะพบเห็นมดชนิดนี้ขนย้ายไข่ มดชนิดนี้จะไม่ทำอันตรายคน แม้ถูกรบกวน มดดำเป็นมดที่ทำให้เกิดความรำคาญมากกว่าอันตราย

มดง่าม - มีลักษณะสีน้ำตาลเข้ม กรามใหญ่ หนวดมี 11 ปล้อง เว้าลง ส่วนท้องกว้างรูปไข่ ทำรังในดินร่วนมองผิวดินจะเห็นเป็นเพียงรูเปิดเล็กๆ และมีดินร่วงกองอยู่รอบๆ ของขอบรูเข้าออก ชอบทำรังในที่ร่มชื้น กินแมลงและเนื้อสัตว์เป็นอาหาร ทำอันตรายคนโดยการกัดอาการจะคล้าย คลึงกับอาการของคนที่ถูกมดคันไฟต่อยมาก


มดแดง - มีลักษณะสีแดงเข้ม หัวและส่วนอกมีขนเส้นเล็กๆ หนวดมี 12 ปล้อง อกยาวโค้งคอดคล้าย อาน กลม ขาเรียวยาว ทำรังบนต้นไม้ใหญ่ เช่น ต้นมะม่วง ชมพู่ โดยใช้ใบเหล่านี้ประกอบเป็นรัง โดยตัวอ่อนจะปล่อยสารเหนียวออกมาเชื่อมใบไม้ให้ประกบกัน เมื่อพบเหยื่อจะทำร้ายเหยื่อโดยการกัด และฉีดสารพิษออกทางปลายท้อง เมื่อเหยื่อได้รับบาดเจ็บจะช่วยกันลากกลับรัง มดแดง เมื่อถูกรบกวน จะทำอันตรายคนโดยการกัดผู้ถูกกัดจะรู้สึกเจ็บปวดมาก ต่อมาจะเกิดอาการบวมคัน
มดตะนอย – มีลักษณะสำคัญสีดำปนน้ำตาลเหลือง มีขนกระจายบางๆ ไม่เป็นระเบียบ หนวด 12 ปล้อง อกยาว กว้าง เล็กแบน รูปไข่นูน ท้องรูปไข่เล็กปลายแหลมโค้ง มีเหล็กในที่ปลาย ทำรังอยู่ในต้นไม้ ใหญ่ที่ตายแล้ว เช่น ต้นก้ามปู ทำให้ต้นไม้เป็นโพรงอยู่ภายใน หากินบนต้นไม้และพื้นดินใกล้เคียง เป็นพวกกินเนื้อเป็นอาหาร มดตะนอยจะต่อยโดยใช้เหล็กใน ผู้ถูกต่อยจะปวดคล้ายถูกผึ้งต่อยเหล็กใน จะทำให้เกิดความเจ็บปวดและอาการบวม ต่อมาจะคันมาก

พฤติกรรมของมด

1. พฤติกรรมการผสมพันธุ์และสร้างรัง
    เมื่อประชากรภายในรังมีความหนาแน่นมากและต้องการขยายรังสมาชิกในรังที่ทำหน้าที่ผสมพันธุ์ จะบินออกจากรังเดิมเพื่อจับคู่กับมดจาก รังอื่นโดยมดงานจะขุดรูให้เป็นทางออกของแม่รังตัวใหม่ มดที่มีวิวัฒนาการสูงจะจับคู่และผสมพันธุ์บนที่สูง เช่น บนต้นไม้
    ส่วนมดที่วิวัฒนาการต่ำจะผสมพันธุ์บนพื้นดิน หลังจากนั้นมดแม่รังหรือหมดราชินีจะหาพื้นที่ที่เหมาะสมในการสร้างรังซึ่งจะแตกต่างกัน ออกไปแล้วแต่ชนิดของมด แล้วเริ่มต้นสร้างรังใหม่ เมื่อพบพื้นที่ที่เหมาะสมแล้วมดรังจะสลัดปีกออกและวางไข่ อุณหภูมิและความชื้น มีอิทธิพล ต่อการผสมพันธุ์ และเมื่อภายในรังมีความอุดมสมบูรณ์มากขึ้นมดราชินีจะมีการผลิตมดเพศผู้และเพศเมียเพื่อทำหน้าที่ผสมพันธุ์ในรุ่นต่อไป

2. พฤติกรรมการหาอาหาร
    มดออกหาอาหารได้ทั้งกลางวันและกลางคืน กินอาหารได้หลากหลาย สามารถเป็นได้ทั้งตัวห้ำหรือเป็นพวกกินซาก กินได้ทั้งเมล็ดพืชหรือ ดูดกินอาหารที่เป็นของเหลว มดงานบางชนิดสามารถเก็บอาหารที่เป็นของเหลวไว้ในกระเพาะจนเต็ม แล้วนำกลับไปแจกจ่ายให้กับสมาชิก ตัวอื่นในรังได้ โดยใช้วิธีสำรอกออกมาในเวลาไม่เกิน 20 ชั่วโมง

3. พฤติกรรมการติดต่อสื่อสาร
    มดมีการติดต่อสื่อสารโดยปล่อยสารที่เรียกว่าฟีโรโมน ที่มดตัวอื่นจะได้รับการติดต่อได้โดยอาศัยหนวดและขาคู่หน้า ฟีโรโมนมีหลายชนิด
    ฟีโรโมนนำทาง - โดยมดจะปล่อยไว้ตามทางที่มันเดินผ่านไปเพื่อให้สมาชิกตามไปแหล่งอาหารได้ถูกต้องและเมื่อพบอาหารมากๆ มด จะช่วยกันปล่อยฟีโรโมนทำให้มีมดเป็นจำนวนมากกรูมาที่อาหารอย่างรวดเร็ว
     ฟีโรโมนเตือนภัย – พบว่าเมื่อปล่อยออกมาเป็นจำนวนน้อยๆ จะใช้สื่อสารด้านการเตือนภัยแต่ถ้าปล่อยออกมาในปริมาณมากๆ สามารถ ควบคุมพฤติกรรมบางอย่างได้ด้วย เช่น ให้เข้าโจมตีศัตรู ขุดรูและพบว่าสารนี้จะไม่จำเพาะเจาะจงกับชนิดของมดเหมือนกับฟีโรโมนนำทาง
     ฟีโรโมนอื่นๆ มดจะปล่อยออกมาในเหตุการณ์ต่างๆ เช่น มดตัวอ่อนสามารถปล่อยฟีโรโมนกระตุ้นให้มดงานป้อนอาหารให้เมื่อมันรู้สึกหิว หรือฟีโรโมนที่แม่รังปล่อยออกมาเพื่อควบคุมกิจกรรมของประชากรภายในรัง

4. พฤติกรรมการใช้เสียง
    มดสามารถติดต่อสื่อสารกันได้โดยใช้เสียงเพื่อเป็นการเตือนภัยเรียกสมาชิกให้มาอยู่รวมกันเมื่อพบศัตรูหรือเรียกเพื่อนๆ มาช่วยเมื่อมี อันตรายเกิดขึ้น


ภาพแสดงวงจรชีวิตของมด